<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-3982992557724800415</id><updated>2012-02-16T15:57:38.302+08:00</updated><title type='text'>รัฐศาสตร์ รุ่น 5 รามคำแหง หนองบัวลำภู</title><subtitle type='html'>Master of Arts in Political Science</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://ramnongbua5.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3982992557724800415/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ramnongbua5.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>มนูญ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08431312736449365337</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_o10FLDg7rJY/SMNKAwp8TmI/AAAAAAAAADw/iwu7YQ0f2b8/S220/man1.GIF'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>6</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3982992557724800415.post-3057529957698094993</id><published>2009-03-31T20:04:00.003+08:00</published><updated>2009-03-31T20:11:21.145+08:00</updated><title type='text'>รัฐศาสตร์</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_o10FLDg7rJY/SdIIDgNn0jI/AAAAAAAAARQ/frUvND_-QwI/s1600-h/B_2.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 160px; height: 200px;" src="http://2.bp.blogspot.com/_o10FLDg7rJY/SdIIDgNn0jI/AAAAAAAAARQ/frUvND_-QwI/s200/B_2.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5319322966157677106" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ภาพนี้ทำให้เข้าใจได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3982992557724800415-3057529957698094993?l=ramnongbua5.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ramnongbua5.blogspot.com/feeds/3057529957698094993/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=3982992557724800415&amp;postID=3057529957698094993' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3982992557724800415/posts/default/3057529957698094993'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3982992557724800415/posts/default/3057529957698094993'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ramnongbua5.blogspot.com/2009/03/blog-post_31.html' title='รัฐศาสตร์'/><author><name>มนูญ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08431312736449365337</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_o10FLDg7rJY/SMNKAwp8TmI/AAAAAAAAADw/iwu7YQ0f2b8/S220/man1.GIF'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_o10FLDg7rJY/SdIIDgNn0jI/AAAAAAAAARQ/frUvND_-QwI/s72-c/B_2.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3982992557724800415.post-6203187416329362745</id><published>2009-03-31T19:59:00.003+08:00</published><updated>2009-03-31T20:03:01.825+08:00</updated><title type='text'>มหาวิทยาลัยชีวิต</title><content type='html'>มหาวิทยาลัยชีวิต&lt;br /&gt;ชุมชนเข้มแข็ง&lt;br /&gt;ชุมชนเรียนรู้&lt;br /&gt;อยู่แบบพอเพียง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมืองไทยวันนี้มีปัญหาเรื่องความคิดเรื่องวิธีคิด ไม่ใช่ปัญหาการปฏิบัติหรือวิธีทำ เราสามารถส่งออกข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา สับปะรด เป็นอันดับหนึ่งของโลก และเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ผลิตจนเหลือกิน สามารถส่งข้าวปลาอาหารไปเลี้ยงโลกจนประกาศว่า "เราคือครัวของโลก" &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่คนผลิต คือชาวไร่ชาวนาก็ยังยากจน  ลูกหลานอยู่อย่างอดๆ อยากๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปบอกไปสอนชาวบ้านให้ทำอะไรก็ทำได้ทำเป็นหมด ไม่ว่าจะให้ทำกล้วยฉาบหรือแชมพู ไม่ว่าจะให้เลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ ปลูกอะไรก็ได้ทั้งนั้น แต่ขายไม่ออกบ้าง ไม่ได้ราคาบ้าง ขาดทุนมากกว่ากำไร ทำอะไรก็จะให้เป็นโอทอปไปหมด หวังร่ำหวังรวย ไม่ต่างอะไรจากสี่สิบปีที่ผ่านมา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรามีปัญหาเรื่อง "กระบวนทัศน์" เรื่องวิธีคิด วิธีปฏิบัติ ซึ่งตั้งอยู่บนฐานการมองโลกความเป็นจริงแบบหนึ่ง แบบที่ทุนนิยมเขามองกัน แบบที่ต้องการให้คนบริโภคมากๆ เงินหมุนเวียนเยอะๆ จะได้เพิ่มจีดีพี แม้ทุกข์ชาวบ้านจะเพิ่มไปพร้อมกับจีดีพีก็ไม่เป็นไร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราสอนชาวบ้านให้รอแต่สูตรสำเร็จแบบ "พรุ่งนี้รวย" สอนให้รู้วิธีทำ แต่ไม่ได้สนใจสอนให้รู้วิธีคิด ทำให้ชาวบ้านถามแต่ว่าจะทำอย่างไร ไม่เคยถามว่า ทำไปทำไม เป้าหมายสุดท้ายของชีวิตคืออะไร  ทำแล้วมีความสุขมากขึ้นหรือ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีคิดแบบนี้มีแต่อินแปง ไม้เรียง ฮักเมืองน่าน และผู้ใหญ่วิบูลย์และลูกศิษย์ ที่ชอบคิดกัน คนเหล่านี้ไม่สนใจจีดีพี สนใจจีดีเอช (GDH - Gross Domestic Happiness) ตัวชี้วัดความสุข &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนเหล่านี้ทำตามคำสอนของท่านพุทธทาสที่บอกว่า "ขึ้นต้นไม้ให้ขึ้นทางต้น อย่าขึ้นทางปลาย" หมายความว่าให้จับหลักคิดให้ดีๆ อย่าด่วนไปหาแต่เทคนิควิธีการ มันผิดธรรมชาติ  ขึ้นทางปลายจะไม่มีวันถึงจุดหมาย  ให้มีสัมมาทิฐิก่อนแล้วค่อยไปหาสัมมาสังกัปปะ สัมมาอาชีวะ &lt;br /&gt;มาร์ติน วีลเลอร์ เกียรตินิยมอันหนึ่งจากมหาวิทยาลัยลอนดอน ใช้ชีวิตกว่าสิบปีกับภรรยาคนไทยที่น้ำพอง ขอนแก่น ทำเกษตรผสมผสาน มีชีวิตอย่างพอเพียงและมีความสุข เขาบอกว่า คนไทยโชคดีมากที่มีดิน น้ำ แดด แค่นี้ก็ทำให้ชีวิตอยู่ได้สบายแล้ว แต่คนไทยมีปัญหาวิธีคิด ปัญหาวิสัยทัศน์ ปลูกมันสำปะหลังให้วัวกินอิ่มที่ยุโรป แต่ลูกของตัวเองที่บ้านกลับอดอยาก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาจารย์ภาษาจีนที่มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปางมาจากคุนหมิง เธอเล่าว่า ที่เมืองจีนคนเฒ่าคนแก่บอกลูกบอกหลานว่า ประเทศไทยอุดมสมบูรณ์มาก ขนาดเอาตะเกียบเสียบลงดินยังงอกได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วทำไมวันนี้คนไทยถึงได้อยู่กันด้วยความยากลำบาก  พัฒนามาสี่สิบกว่าปี ตัดไม้ทำลายป่าไปปีละกว่าล้านไร่ ทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์เอาไปขายกินหมด หมดแล้วก็ไปขายแรงงาน หมดแรงจะขายก็ขายลูกขายหลาน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราไม่ได้มีปัญหาทรัพยากร ไม่ได้มีปัญหาแรงงาน แต่มีปัญหาวิธีคิด เราขาดทุนทางปัญญา ทุนที่ไม่มีใครเสกเป่าให้เกิดหรือเอามาแจกแถมแบบเอื้ออาทรได้ เป็นทุนที่จะได้มาด้วยการเรียนรู้ และไม่จำเป็นต้องไปเรียนในสถาบันการศึกษาเท่านั้น เรียนที่ไหนก็ได้ที่มีความรู้ มีผู้รู้ ดังกรณีต่างๆ ที่ได้เล่ามาก่อนหน้านี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สี่สิบกว่าปีที่ผ่าน เราพัฒนาด้วยเงิน ด้วยโครงการ ไม่ได้สนใจการเรียนรู้ โครงการทั้งหลายจึงไม่มีอะไรยั่งยืน มีแต่ล้มกับเลิก ล้มเพราะทะเลาะกัน เลิกเพราะเงินหมด รอเงินใหม่โครงการใหม่แล้วค่อยทำ ไม่มีแบบไม่มีแผน ไม่มียุทธศาสตร์ มีแต่ยัดเยียดแบบสั่งลงไป (top-down) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครทำอะไรดีๆ สำเร็จ คนอื่นก็เลียนแบบ ไม่ได้เรียนรู้ การพัฒนาแบบเฮโลเลียนแบบเช่นนี้มีแต่ทำให้ชุมชนอ่อนแอลง หนี้สินพอกพูน ดินเสื่อม สิ่งแวดล้อมเสีย เพราะทำเป็นเพียงปลูกปอ ปลูกมัน ปลูกข้าวโพด ปลูกพืชเดี่ยวหวังว่าราคาจะดี ทุกอย่างพึ่งคนอื่นหมด ตัวเองเป็นแค่แรงงานถูกๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การพัฒนาแบบไม่มีฐานเช่นนี้ไม่มีหลักประกันความมั่นคงอะไรเลย สี่สิบปีที่ผ่านมา ชาวนาชาวไร่เปรียบมีชีวิตแบบเสี่ยงตายเสมือนนักกายกรรมเหินเวหา ไม่มีสลิงรัดเอว ไม่มีตาข่ายกันภัยรองรับข้างล่าง (safety net) ตกลงมาขาหักแข้งหักคอหักกันไม่รู้เท่าไร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำอะไรซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบไม่สรุปบทเรียน ผิดพลาดที่อีสาน เป็นหนี้เป็นสิน ขายที่ดินใช้หนี้หมดแล้วก็ไปตายเอาดาบหน้าแถวป่ารอยต่อห้าจังหวัดที่แปดริ้ว แล้วก็ได้ตายสมอยาก เพราะไปถึงที่นั่นก็ทำแบบเดียวกับที่เคยทำเมื่ออยู่อีสาน ปลูกข้าวโพด ปลูกมันสำปะหลัง แล้วจะเหลืออะไร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โชคดีที่ไม่กินเหล้าจนตับแข็งตาย เจอปราชญ์ผู้ไปช่วยชี้ทางสว่างให้ จนนาอีสานเปลี่ยนจากหมู่บ้านขี้เมาเป็นหมู่บ้านพัฒนาแบบพึ่งพาตนเองที่ใครๆ อยากไปรู้จัก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคล็ดลับของเรื่องอยู่ที่การเรียนรู้ การเรียนรู้ที่ดีมีประสิทธิภาพก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เป็นการเปลี่ยนแปลงที่มาจาก "ข้างใน" ไม่ใช่ใครไปหยิบยื่นหรือยัดเยียดให้ เป็นการ "ระเบิดจากข้างใน" ดังที่ในหลวงทรงสอน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเรียนรู้เช่นนี้ทำให้เกิดสำนึกใหม่ เกิดการตระหนักรู้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เริ่มจัดระเบียบชีวิตของตนเองใหม่ ปล่อยไปแบบเดิมไม่ได้แล้ว ทำให้เกิดระบบชีวิตเศรษฐกิจชุมชนที่มีหลักประกัน มีความมั่นคง มีระบบสวัสดิการ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่สำคัญ ชุมชนจำนวนหนึ่งได้ค้นพบทุนของท้องถิ่น พบว่ามีมากมายและพอเพียงเพื่อการแก้ปัญหาและนำพาชีวิตให้รอด ไม่ว่าทุนทรัพยากร หรือความหลากหลายทางชีวภาพดังกรณีอินแปง ไม่ว่าทุนความรู้ภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษได้ถ่ายทอดสืบทอดมาให้ลูกหลาน สอนให้รู้จักพึ่งพาตนเองและไม่อยู่ในความประมาท รวมถึงความรู้อันเป็นวิธีการในการทำมาหากิน และทุนทางสังคม หรือกฎเกณฑ์ที่ร้อยรัดผู้คนให้อยู่ร่วมกันเป็นพี่เป็นน้อง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไม่ทิ้งกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ทุนเหล่านี้เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ในชุมชน ซึ่งอยู่ในดิน ถูกกลบด้วยความไม่รู้ หรือการดูถูกว่าเป็นของโบราณ ไม่มีคุณค่า ชุมชนหลายแห่งที่พึ่งตนเองได้วันนี้คือผู้ที่ขุดสมบัติเหล่านี้ขึ้นมาใช้ ขุดด้วยวิธีการและเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการทำประชาพิจัยและแผนแม่บทชุมชน หรือด้วยสูตร "353" ของผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชุมชนเหล่านี้เป็นชุมชนเข้มแข็งไม่ใช่เพราะมีป่ามาก น้ำมาก ทรัพยากรมาก แต่เพราะเป็นชุมชนเรียนรู้และได้ค้นพบคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่  คิดได้และตัดสินใจได้อย่างเป็นอิสระ  สามารถใช้ทุนทั้งหลายอย่างมีประสิทธิภาพ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเรียนรู้อย่างเดียวยังไม่พอ ต้องจัดการชีวิตของตนเองใหม่ และต้องจัดอย่างมีระบบ ไม่ใช่ทำเป็นเรื่องๆ อย่างๆ ไม้เรียงได้ให้บทเรียนเรื่องนี้อย่างสำคัญว่า ถ้าหากไม่มี "แผนยุทธศาสตร์" การพัฒนาก็จะเป็นเพียงโครงการๆ เหมือนที่ผ่านมา แก้ปัญหาชุมชนซึ่งสัมพันธ์กันหมดไม่ได้ ต้องแก้อย่างเป็นองค์รวม หรือแก้แบบบูรณาการ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีคิดแบบนี้ไม่มีแต่ที่เมืองไทย หลายคนในหลายประเทศก็คิด พูดและทำแบบนี้ ตั้งแต่มหาตมะ คานธี จนถึง อมาตยา เซน รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ชาวอินเดียซึ่งบอกว่า &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เมื่อความฝันสิ้นสุดลง คนก็เริ่มต้นหาความจริงกันใหม่" &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เพื่อก้าวพ้นนิยายของการพัฒนา เราจะต้องมีระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นที่พึ่งตนเอง" &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็พระราชทาน "เศรษฐกิจพอเพียง" ให้เรามานานหลายปีแล้วให้เป็นแนวทางสำหรับทุกคน ไม่ใช่แต่เฉพาะชาวบ้านหรือชุมชน เป็น "ปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดำรงอยู่และการปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและการบริหารประเทศ ให้ดำเนินไปในทางสายกลาง" &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระองค์ทรงอยากให้คนไทยอยู่ในโลกยุคโลกาภิวัติน์อย่างมีศักดิ์ศรีและพอเพียง พึ่งพาตนเองได้ ไม่ใช่พึ่งคนอื่นอย่างเดียว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าให้ทำทุกอย่าง ทำกินทำใช้เองทั้งหมด ซึ่งพระองค์ทรงบอกว่า "อย่างนั้นมันเกินไป" ทรงแนะนำว่า พอเพียงเพียงหนึ่งในสี่ก็สามารถอยู่ได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระบบเศรษฐกิจชุมชนหมายถึงการจัดการชีวิต การกินการอยู่ การผลิต การบริโภค การจัดการทรัพยากร จัดการทุนในแบบที่พึ่งพาตนเองได้ มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจจำนวนหนึ่งที่ทำให้ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้อย่างแท้จริง เป็นระบบที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเอง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ใช่ขึ้นกับระบบเศรษฐกิจใหญ่แต่เพียงอย่างเดียว รอให้เขาอุปถัมภ์เอื้ออาทร เหมือนไม้ในกระถางที่เขารอให้เขารดน้ำ เขารดก็สดชื่น เขาไม่รดก็เหี่ยวเฉาหรือรอวันตาย ไม่ใช่ไม้ที่ออกจากกระถางลงดิน โตเป็นไม้ใหญ่ที่ยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตัวเองในธรรมชาติ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระบบเศรษฐกิจชุมชนที่เกิดจากการเรียนรู้และการวางแผนเป็นระบบที่มีวิสาหกิจชุมชนเป็นตัวขับเคลื่อน มีเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญา  เศรษฐกิจชุมชนจึงต้องสร้างรากฐานให้ชุมชนมั่นคงก่อน แล้วค่อยคิดเรื่องการทำมาค้าขายหรือไปแข่งขันในตลาดใหญ่ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิสาหกิจชุมชนอันเป็นกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจชุมชนจึงไม่ได้ทำเพื่อ "รวย" เป็นอันดับแรก แต่เพื่อ "รอด" ให้ได้เสียก่อน  ไม่ได้เอาตลาดเป็นตัวตั้ง แต่เอาชีวิตเป็นตัวตั้ง  ไม่ได้เอาจีดีพีและกำไรเป็นตัวชี้วัด แต่เอาจีดีเอช ความพอเพียงและความสุขเป็นตัวชี้วัด ไม่ได้เอาวงจรธุรกิจเป็นกรอบ แต่เอาวิถีชุมชนเป็นกรอบ  วิสาหกิจชุมชนใช้ทุนชุมชนเป็นหลัก ธุรกิจใช้เงินและทรัพยากรเป็นหลัก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระบบเศรษฐกิจชุมชนมีฐานสวัสดิการที่เป็นหลักประกันความมั่นคงของชีวิตให้ชุมชน วันนี้และวันหน้า มีเวลารอเพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้รีบเร่งเพื่อรวยลัดรวยเร็วอย่างที่ทุนนิยมและบริโภคนิยมเร่งเร้า &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิสาหกิจชุมชนแยกแยะผลผลิตของตนเองให้รู้ว่าอะไรเพื่อการบริโภคในครอบครัว ในชุมชนและเครือข่าย อะไรเหลือกินเหลือใช้เอาออกไปสู่ตลาดภายนอก อะไรมีเอกลักษณ์และดีพอที่จะพัฒนาเป็นโอทอปเอาออกไปแข่งขันในตลาดใหญ่ ไม่สับสนระหว่างคุณค่าและมูลค่า รวมทั้งเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเรียนรู้และการจัดการที่ดีเท่านั้นจะทำให้ชุมชนค้นพบภูมิปัญญาท้องถิ่น เรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่ และค้นหาความคิดสร้างสรรค์มาผสมผสานในการจัดการทรัพยากรท้องถิ่นให้มีมูลค่าเป็นทวีคูณ ไม่แอบอิงอยู่แต่การทำอย่างเดียวสองอย่าง ไม่ข้าวก็มัน ไม่มันก็ยาง หรือรับจ้างรายวัน อยู่กินไปวันๆ แบบไม่มีอนาคต &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเรียนรู้และการจัดการที่ดีทำให้ชุมขนค้นพบ "ทุน" ว่าเป็นอะไรยิ่งใหญ่และมากกว่าเงิน ค้นพบความรู้ใหม่ๆ ซึ่งหามาได้ด้วยความเชื่อมั่นในตัวเองของผู้คน ค้นพบตลาดท้องถิ่นว่าเป็นตลาดที่มีมูลค่าตำบลหนึ่งไม่ต่ำกว่า 50 ถึง 200 ล้านบาทต่อปี สร้างความร่ำรวยให้คนอื่นเขามามากแล้ว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหล่านี้คือกระบวนการพัฒนาที่มีฐานอยู่ที่ความรู้และปัญญามากกว่าเงินและอำนาจ เป็นการพัฒนาที่ชุมชนได้หลุดพ้นจากวิธีคิดแบบพึ่งพาและรอความช่วยเหลือจากรัฐหรือภายนอก หันมาพึ่งพาตนเอง พึ่งพากันเอง นี่คือแนวทางในการแก้ไขปัญหาความยากจนและความทุกข์ของชุมชนและของแผ่นดิน ที่ขอสรุปด้วยชื่อบทความของ ดร. สุรชาติ บำรุงสุข (มติชนสุดสัปดาห์ 30 ธ.ค. 47) &lt;br /&gt;เขียนโดยอาจารย์ เสรี พงศ์พิศ &lt;br /&gt;"ซูนหวู่ : สู้ด้วยยุทธศาสตร์ รบด้วยปัญญา ชนะด้วยความรู้"&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3982992557724800415-6203187416329362745?l=ramnongbua5.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ramnongbua5.blogspot.com/feeds/6203187416329362745/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=3982992557724800415&amp;postID=6203187416329362745' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3982992557724800415/posts/default/6203187416329362745'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3982992557724800415/posts/default/6203187416329362745'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ramnongbua5.blogspot.com/2009/03/blog-post.html' title='มหาวิทยาลัยชีวิต'/><author><name>มนูญ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08431312736449365337</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_o10FLDg7rJY/SMNKAwp8TmI/AAAAAAAAADw/iwu7YQ0f2b8/S220/man1.GIF'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3982992557724800415.post-7882093998883348394</id><published>2009-02-01T14:02:00.003+08:00</published><updated>2009-02-01T14:38:06.468+08:00</updated><title type='text'>ประธานรุ่น</title><content type='html'>สวัสดีครับ  เพื่อนนักศึกษา(ไม่ใช่สิ)มหาบัณฑิตรัฐศาสตร์ รุ่น 5 ที่รักทุกท่าน&lt;br /&gt;        ผมขอแสดงความยินดีกัทุกท่านที่สำเร็จการศึกษาเป็นมหาบัณฑิตตามที่มุ่งหวังตั้งใจไว้  และขอขอบคุณที่มอบความไว้วางใจให้ผมทำหน้าที่ประธานรุ่น รวมทั้งได้ให้ความร่วมมืออย่างดียิ่งในการทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะการจัดผ้าป่าสามัคคีเพื่อหางบประมาณก่อสร้างฐานอนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง สาขาวิทยบริการหนองบัวลำภู ซึ่งรัฐศาสตร์รุ่น 5 เราถือว่าเป็นแกนหลักรับหน้าที่สำคัญ จนสามารถทำให้กิจกรรมดังกล่าวสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี&lt;br /&gt;        จากนี้ไป  ทุกท่านในฐานะ มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง คงจะได้นำเอาความรู้และประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่หน่วยงาน ก่อให้เกิดความก้าวหน้าต่อตนเองตลอดจนประเทศชาติ&lt;br /&gt;        ผมขออวยพรให้ทุกท่าน ประสบแต่ความสุขและเจริญก้าวหน้าในชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวสืบไป&lt;br /&gt;                                                ดิษพล  บุตรดีวงษ์&lt;br /&gt;                                           ประธานนักศึกษารัฐศาสตร์ รุ่น 5&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3982992557724800415-7882093998883348394?l=ramnongbua5.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ramnongbua5.blogspot.com/feeds/7882093998883348394/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=3982992557724800415&amp;postID=7882093998883348394' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3982992557724800415/posts/default/7882093998883348394'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3982992557724800415/posts/default/7882093998883348394'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ramnongbua5.blogspot.com/2009/02/blog-post.html' title='ประธานรุ่น'/><author><name>มนูญ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08431312736449365337</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_o10FLDg7rJY/SMNKAwp8TmI/AAAAAAAAADw/iwu7YQ0f2b8/S220/man1.GIF'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3982992557724800415.post-8762252919763701936</id><published>2008-12-21T22:37:00.000+08:00</published><updated>2008-12-21T22:39:05.253+08:00</updated><title type='text'>กำหนดการซ้อมและรับพระราชทานปริญญาบัตร</title><content type='html'>http://www.nongbua.ru.ac.th/51.A16กำหนดการ/กำหนดการ.htm&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3982992557724800415-8762252919763701936?l=ramnongbua5.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ramnongbua5.blogspot.com/feeds/8762252919763701936/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=3982992557724800415&amp;postID=8762252919763701936' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3982992557724800415/posts/default/8762252919763701936'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3982992557724800415/posts/default/8762252919763701936'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ramnongbua5.blogspot.com/2008/12/blog-post.html' title='กำหนดการซ้อมและรับพระราชทานปริญญาบัตร'/><author><name>มนูญ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08431312736449365337</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_o10FLDg7rJY/SMNKAwp8TmI/AAAAAAAAADw/iwu7YQ0f2b8/S220/man1.GIF'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3982992557724800415.post-1246917254724636494</id><published>2008-08-10T15:06:00.005+08:00</published><updated>2008-10-02T12:35:02.379+08:00</updated><title type='text'>เปิดจองชุดครุย</title><content type='html'>&lt;strong&gt;มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการฯ จังหวัดหนองบัวลำภู&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เปิดรับจองชุดครุยสำรับนักศึกษาปริญญาโท ปีการศึกษา 2550&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  - วันที่  20 ตุลาคม 2551&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลา  09.00 – 16.30 น.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายละเอียดการเช่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ค่าเช่า         ชุดละ  800.- บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ค่ามัดจำ  ชุดละ     1,300.- บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รวม   2,100.-  บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สอบถามรายละเอียด  โทร. 04-2314-290-1&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3982992557724800415-1246917254724636494?l=ramnongbua5.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ramnongbua5.blogspot.com/feeds/1246917254724636494/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=3982992557724800415&amp;postID=1246917254724636494' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3982992557724800415/posts/default/1246917254724636494'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3982992557724800415/posts/default/1246917254724636494'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ramnongbua5.blogspot.com/2008/08/ps710.html' title='เปิดจองชุดครุย'/><author><name>มนูญ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08431312736449365337</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_o10FLDg7rJY/SMNKAwp8TmI/AAAAAAAAADw/iwu7YQ0f2b8/S220/man1.GIF'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3982992557724800415.post-6631834641083516758</id><published>2008-07-18T07:15:00.003+08:00</published><updated>2008-07-22T18:59:43.782+08:00</updated><title type='text'>กำหนดการขึ้นทะเบียนมหาบัณฑิต</title><content type='html'>กำหนดการขึ้นทะเบียนมหาบัณฑิต&lt;br /&gt;มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จ.หนองบัวลำภู&lt;br /&gt;คณะรัฐศาสตร์  และ คณะบริหารธุรกิจ&lt;br /&gt;วันที่ 19 – 20 กรกฎาคม 2551&lt;br /&gt;(นักศึกษาต้องสอบผ่านทุกกระบวนวิชา และมีผลการสอบประมวลความรู้เป็น S &lt;br /&gt;และไม่มีหนี้ค้างชำระกับทางมหาวิทยาลัย)&lt;br /&gt;ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;1. โอนเงินค่าขึ้นทะเบียนมหาบัณฑิต จำนวน 1,500 บาท โดยโอนผ่าน ธนาคารทหารไทย &lt;br /&gt;Com. Code 793&lt;br /&gt;2. รูปถ่ายขนาด  2  นิ้ว  จำนวน  5  รูปสวมครุยปริญญามหาวิทยาลัยรามคำแหง  &lt;br /&gt;(ปริญญาโท  2 แถบ)&lt;br /&gt;คณะ สีตามคณะที่สำเร็จการศึกษา  คณะรัฐศาสตร์ สีแดง , คณะบริหารธุรกิจ สีฟ้า &lt;br /&gt;3.   นำเอกสารตามข้อ 1 และ 2  มาขึ้นทะเบียนที่สาขาฯ จ.หนองบัวลำภู   วันที่  19 – 20  กรกฎาคม 2551 เวลา 09.00 – 15.00 น. &lt;br /&gt;4. เตรียมซองสีน้ำตาลขนาดความยาว F4  ระบุชื่อ-ที่อยู่นักศึกษา       พร้อมติดแสตมป์จำนวน  18  บาท (ถ้านักศึกษามีความประสงค์ให้เอกสาร TRANSCRIPT ถึงนักศึกษาเร็ว ให้ส่งเป็น EMS โดยซื้อได้ที่ ไปรษณีย์)&lt;br /&gt;5. กรอกเอกสารขึ้นทะเบียนมหาบัณฑิตดังรายการต่อไปนี้&lt;br /&gt;5.1 แบบยื่นคำขอหนังสือสำคัญรับรองปริญญาและขึ้นทะเบียนบัณฑิตฯ&lt;br /&gt;5.2 แบบขอใบรองผลการศึกษา (TRANSCRIPT)ระดับบัณฑิตศึกษา&lt;br /&gt;5.3 ระเบียนบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย&lt;br /&gt;5.4 ทะเบียนประวัติ มหาบัณฑิตรุ่นที่ 5&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3982992557724800415-6631834641083516758?l=ramnongbua5.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ramnongbua5.blogspot.com/feeds/6631834641083516758/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=3982992557724800415&amp;postID=6631834641083516758' title='5 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3982992557724800415/posts/default/6631834641083516758'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3982992557724800415/posts/default/6631834641083516758'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ramnongbua5.blogspot.com/2008/07/blog-post.html' title='กำหนดการขึ้นทะเบียนมหาบัณฑิต'/><author><name>มนูญ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08431312736449365337</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_o10FLDg7rJY/SMNKAwp8TmI/AAAAAAAAADw/iwu7YQ0f2b8/S220/man1.GIF'/></author><thr:total>5</thr:total></entry></feed>
